พรประภา's profile++:''':''':++@TicK@++:''...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
February 25 ---------จบแล้ว----------จบแล้วโว้ย!!!!
ในที่สุดก็เรียนจบ อืมตอนนี้รู้สึกโล่งอย่างบอกไม่ถูกที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี 555
แต่!! รู้สึกแย่มากๆกับการที่ต้องหางานทำ ตอนนี้อยากจะพักผ่อนกายาสักเดือนเพื่อเติมพลังชีวิตให้เต็มพร้อมที่จะก้าวไปสู่อนาคตข้างหน้าได้อย่างภาคภูมิ(แอะ!!)
ตอนนี้คิดถึงเพื่อนๆมากๆ รู้สึกใจหายที่ได้แยกย้ายกันไปต่างกัน บ้างก็เรียน บ้างก็ทำงาน บ้างก็ตกงานอย่างเรา 5555 แต่เดี๋ยวคงได้กลับมาเจอกันอีกอยู่ดี วันที่เรารับปริญญา เลี้ยงอำลาวันสุดท้าย ยังจำได้น้ำตาร่วงกราว ด้วยความรู้สึกใจหายและคิดถึงตอนที่เราเคยเรียนด้วยกัน สัญญาว่าจะจดจำแต่เพียงเรื่องที่ดีๆไว้ในความทรงจำตลอดไป+++ January 19 ###########จันทบุรี#############ยู้ฮู!!!!!
เพื่อนๆ ตอนนี้เค้าฝึกงานอยู่ที่โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรีนะ
ตอนแรกมาก็เกร็งๆว่าจะมีคนพาเที่ยวรึเปล่าน้า!! แต่พอมาถึงกลับกันเลยมาได้ยังไม่ถึงอาทิตย์เลย เพื่อนๆก็พาเที่ยวรอบเมืองเลยเมืองจันทบุรีนี่ก็เป็นเมืองใหญ่เหมือนกันนะสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติก็เยอะ เพื่อนๆที่ม.หัวเฉียวฯ (น่ารักมั่กๆ)ก็มาฝึกเหมือนกันแต่เค้ามาก่อนเราเลยพาเราเที่ยวๆๆๆๆ พรุ่งนี้ว่าจะไปเที่ยวที่เกาะช้างกันอะ ก็มาที่นี่อาทิตย์นึงและเพิ่งได้เล่นเน็ตนี่แหละ!! เดี๋ยวไว้มีเวลาว่างมากๆจะ up date ใหม่นะ
เดี๋ยวเอารูปสวยๆตอนไปเที่ยวมาให้ดูละกันนะจ๊ะ November 29 นาน นาน เจอกันทีเอาเป็นว่าตอนนี้ก็ฝึกงานที่คณะกับที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ เป็นภาคสุดท้ายแล้วนะ
ก่อนอื่นต้องเล่าเรื่องที่เอารูปฝึกงานที่คลังเลือดกลางขึ้นด้วย วันนั้นเป็นวันออกหน่วยรับบริจาคเลือที่ วัดป่าแสงอรุณ วันนั้นพวกเราตื่นเต้นมากกับการออกนอกสถานที่ ซึ่งนานนานครั้งจะออกจากคณะซะที แต่ก็อย่างว่าแหละ ดูซิออกมาที่วัดซะอย่างงั้น แต่ไม่เป็นไรถึอว่าได้ออกมาทำบุญทำทานด้วย พอไปถึงวัดก็รู้สึกดีมากๆเพราะวัดสวยมาก และที่แปลกใจคือวันนั้นคนเยอะกว่าที่คิดเพราะเป็นวันเกิดของเจ้าอาวาส ก็มีการแข่งกีฬาของนักศึกษามหามกุฏฯ มาถึงเราก็มุ่งหน้าไปดูที่ที่รับบริจาคเลือดเลย แปลแดงก็ได้จัดวางเรียบร้อย ขนม น้ำหวาน พร้อมมมมม เอาหละวา คนมาบริจาคเพียบแน่ๆ คราวนี้แหละเราจะเก่งได้ฝึกทำอะไรหลายๆอย่างแน่ๆละ แต่!!!! มีคนมาบริจาคเลือดแค่ 4 คน ครับพี่น้อง!! วันนั้นได้เลือดมาแค่ 4 unit เท่านั้นนนน September 18 มาแล้นนนนนนนน.....!!!!เอ่อ.....มาแล้วจ้า ไม่รู้ว่ามีใครเข้ามาดูรึเปล่านะ แต่ก็เอาน่าบ่นๆไปแล้วกัน อยากอ่านก็อ่านนะ คือว่าช่วงที่หายหน้าหายตาไปก็มันไม่มีเวลาได้มา up date ซักกะที งานนี้วิ่งมาเป็นขบวน ไหนจะสอบอีก แต่ดีนะว่าช่วงนี้สอบเสร็จหมดแล้วเหลือแค่ฝึกงาน แต่มันก็ยากกันคนละแบบแหละ ตอนนี้ฝึกงานอยู่ที่ภาคเคมีคลีนิก ที่คณะด้วย ที่ ร.พ.ศรีนครินทร์ด้วย สลับกัน แต่เหลือฝึกภาคเคมีคลีนิกอีกแค่ 3 วัน ก็จะไปฝึกที่ภาคอื่นๆด้วย ภาคละประมาณ 2 อาทิตย์ ต่อไปก็เป็นภาค Bacteria...Sero....Hemato......Blood bank ฝึกเสร็จก็เกือบปลายเดือนธันวาแหนะ ต้องอ่านหนังสือสอบใบประกอบโรคศิปะอีdอะ จาสอบกลางเดือนมกราคม แล้วต่อด้วยการฝึกงานที่ต่างจังหวัดอีกนะ...แต่ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าจะไปจังหวัดไหนดีที่ไหนดี ตอนแรกคิดกับเพื่อนไว้ว่าอยากจะไปทางเหนือ จะได้เที่ยวธรรมชาติด้วย แต่ดูดิตอนนี้ทางภาคเหนือกำลังประสบภัยน้ำบ้าง โคลนบ้าง เลยคิดว่าเอาแถวๆบ้านนี่แหละวะ สะดวกดี ได้กลับบ้านด้วยเนอะ แต่ถ้าได้ที่ร้อยเอ็ดก็คงดีเพราะจะได้ขับรถคล่องๆซะที เผื่อว่าในอนาคตจะได้ใช้ตอนไปทำงาน แต่เอาน่า ยังงัยซะจาฝึกที่ไหนๆ ต่อไปก็ได้ใช้รถอยู่ดีแหละใช่ปะ เอ๊ออออ อารายนี่ ยิ่งพร่ามยิ่ง งง
ป.ล.แล้วเพื่อนๆอย่าลืมเล่าเรื่องสนุกๆสำหรับคนที่ไปฝึกงานมาแล้วให้อ่านบ้างนะ คนที่ยังไม่ได้ฝึกก็รออ่านเรื่องที่เค้าได้ไปเจอะเจอมาแล้วกันนะ คิดถึงพวกแกทุกคนหวะ.....@TICK@
อะนะ ช่วงนี้เพื่อนๆเราคงจะไม่มีเวลาว่างกันเนอะ อืม แต่ถ้าใครที่เข้ามาอ่านแล้วก็อย่าลืมฝากความคิดถึงกันไว้ด้วยนะจ๊ะ คือว่าช่วงนี้เค้าค่อนข้างจะว่างเพราะเป็นช่วงฝึกงาน แต่ยังงัยก็มีงานอยู่บ้างเหมือนกันทำให้เสาร์-อาทิตย์ไม่ได้กลับบ้านเลย คิดถึงบ้านจะแย่อยู่แล้วนะเนี่ย แล้วอีกอย่างตอนที่เด็กๆเค้าปิดเทอมกัน แต่เรานี่สิต้องมาเรียนด้วย ฝึกงานด้วย บ้านก็ไม่ได้กลับ อิจฉาคนที่ได้ปิดเทอมจัง!! เรื่องฝึกงานที่สนุกๆ ก็มีอยู่ว่า ช่วงอาทิตย์นี้พวกเค้าไปฝึกงานที่ภาคจุลชีววิทยา ที่ร.พ.ศรีฯ ซึ่งเกี่ยวกับพวกแบคทีเรียนะ จะขอเอ่ยถึงเพื่อนดิชั้นคนนึงซึ่งชีเป็นคนก่งก๊ง!!มั่กๆเวลาที่ทำ lab เอาหละสิทีนี้ ต้องมาเล่นกับเชื้อโรค แล้วไม่ใช่ธรรมดานะเป็นสิ่งส่งตรวจของจริง เชื้อก่อโรคจริงๆแต่ละวันนี้ช่างเป็นอะไรที่อยู่กับเชื้ออออออ!! ตลอดเวลา พูดถึงเพื่อนต่อแล้วกันวันแรกก็เกิดเรื่องเลยเธอจะยื่นมือไปหยิบปากกาที่โต๊ะ lab แต่ดันไปโดนเข็มที่ใช้เขี่ยเชื้อปักเข้าอย่างจังที่นิ้วมื!! จนเข็มงออะ ปกติแล้วเค้าใช้เขี่ยเชื้อเสร็จแล้วก็เผาให้ร้อนแดงแล้วเสียบเก็บไว้แบบหันปลายด้านแหลมชี้ขึ้นไง แต่ดันมองไม่เห็นซะงั้นแล้วไงต่อรู้มั๊ย มันก็ร้องกรี๊ดๆๆๆๆๆแต่ไม่ยักกะดึงเข็มที่ติดอยู่นิ้วพร้อมกับด้ามจับของเข็มออก จนมีพี่ดาวเป็นคนไปดึงออกให้มันถึงหยุดร้อง!!! แต่ดีหน่อยที่ว่าข็มอันนี้ผ่านการเผาเรียบร้อยแล้วจึงไม่ติดเชื้อ เฮ้อ!! โล่งออกแทนเพื่อน แล้วเรื่องของชียังไม่หมดเท่านี้นะ มีอีกวันต่อมาติดๆกันเลย เธอกำลังบิดเชื้อที่เจือจางในน้ำเกลือลงหลอดเธอก็ทำ swab ปริ๊ด สาดใส่หน้าตัวเองซะงั้น!! วิ่งไปล้างหน้าแทบไม่ทันอันนี้ดีหน่อยที่มันไม่ให้ใครพาไป!! แต่ก็โชคดีของมันที่วันรุ่งขึ้นไม่มีการติดเชื้อที่หน้า และตา ก็โล่งใจไปกะมันอีกเปราะนึงละแต่มันยังมีอีกเรื่องชนนู้นชนนี่ ที่ห้อง lab ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาของเธอ แต่ที่ไม่ธรรมดาก็คือมาเล่นกับสิ่งส่งตรวจที่อันตรายนี่สิ!! เอ่อ วันนี้เอาไว้แค่นี้ก่อนนะวันไหนมีเรื่องสนุกๆจะมาเล่าให้ฟังอีก
ป.ล.เพื่อนๆที่เข้ามาดูเฉยๆแล้วไม่ comment ก็ลงนามก็ได้นะจ๊ะ ฝากถึงนังแอม นังมุก และอีอั๋น!!!ด้วย จะออก commed แล้วขอให้สนุกนะจ๊ะ June 04 ++เรื่องเกิด ณ ตลาดบางลำพู++เรื่องเกิด ณ ตลาดบางลำพู................
เมื่อเย็นวันอังคารที่ 30 พ.ค. ติ๊กและแอม ได้ชวนกันไปเดินซื้อของที่ตลาดและเซนโทซ่า เมื่อไปถึงก็มีของกินต่างๆมากมายยั่วน้ำลาย และหนึ่งในนั้นก็คือ....บักทุเรียน!!! ณ ร้านค้าบักทุเรียนแห่งหนึ่งในตลาดบางลำพู พ่อค้า+แม่ค้า สองสามีภรรยา ได้พูดเชิญชวนลูกค้าด้วยน้ำเสียงอันฟังแล้วรื่นหู….. พ่อค้า + แม่ค้า : ทุเรียนมั๊ยจ๊ะนู๋?
ติ๊ก + แอม : อ๋อ ค่ะ ก.ก.ละ 25 เหรอคะ? พ่อค้า + แม่ค้า : เอาลูกไหนหละ เลือกเอา ติ๊ก + แอม : เลือกไม่เป็นหรอกค่ะ เอาลูกที่สุกนะคะ ลูกที่เล็กหน่อยนะคะ .........พ่อค้าเลือกลูกที่เล็กที่สุดในร้านมาให้ เอาไปชั่ง 1.8 ก.ก. แล้วยกขึ้นเอาไม้เคาะดูพอเป็นพิธี (ป๊อก ป๊อก ) เอาเป็นใช้ได้ พ่อค้า + แม่ค้า : ลูกนี้หละนะ สุกนะ กรีดแล้วเอาไปแกะที่บ้านนะ
ติ๊ก + แอม : ไม่ดีกว่าค่ะ แกะให้เลยได้มั๊ยคะ ...........พ่อค้าทำหน้าเหมือนไม่พอใจ(กรูกลัวมันไม่ได้สเปคตามที่มันต้องการหวะ!!) พ่อค้า + แม่ค้า : ได้ๆ
............พ่อค้าทำการแกะๆๆๆพูแรกที่มันมีทีท่าว่าจะสุกที่สุกหละนะ.... ยื่นให้ดู พ่อค้า + แม่ค้า : เอาแบบนี้มั๊ย?
ติ๊ก + แอม : ค่ะ .............นั่นคือพูที่สุกที่สุดแล้ว แต่พูต่อมานี่สิยิ่งแย่ไปใหญ่ แทบจะเอาไปทอดได้อยู่แล้ว ขาวโพลนซะ!! ติ๊ก + แอม : ทำไมมันไม่สุกเลยคะ
พ่อค้า + แม่ค้า : มันสุกอยู่ ที่นู๋เห็นมันเป็นแกนทุเรียน ................ติ๊ก + แอม ทำหน้า งงๆ เอ๋อแดก(ทำไงดีวะกรู มันไม่สุกจะกินได้เหรอวะ) ติ๊ก + แอม : เอ่อ.......นี่มันเม็ดมันแล้วนะคะ มันยังขาวอยู่เลย เอาไปทอดได้แล้วมั๊ง!!!
...............ติ๊กพูดด้วยสีหน้าไม่พอใจ ที่เค้าเอาทุเรียนไม่สุกให้แถมยังแกะต่อจนเสร็จอีก พ่อค้า + แม่ค้า : เอ่อ...นู๋ นึกว่าจะพูดหยอกล้อเล่นนี่พูดจริงๆเหรอเนี่ยฮ้า!!
..............แล้วแม่ค้าก็อุทานเสียงดังว่า ป้าดดดดดดดด แม่ค้าร้านอื่น และลูกค้าที่มาซื้อของแถวนั้นได้ยินทั่วกัน พ่อค้า + แม่ค้า : แล้วตกลงอยากได้แบบไหน จะเอามั๊ยเนี่ย เอาไม่เอา ไม่เอาจะเอาไปให้ลูกที่บ้านกิน
..............แม่ค้าพูดขึ้นเสียงทั้งที่ ติ๊กกะแอมยืนนิ่ง (อึ้งแดก!!) อ้าว!! ก็มันประชดว่า จะเอาไปให้ลูกที่บ้านกินนี่นา ได้ทีหละทีนี้ไม่เอามันซะเลยดีก่า เอาไปก็เสียตังค์เปล่า แถมไม่ได้กินอร่อยๆด้วย ติ๊ก + แอม : งั้นไม่เอาค่ะ
พ่อค้า + แม่ค้า : ป้าด!!! มันเป็นอะไรกันนักกันหนาสุกจะเละอยู่แล้วนี่เอ้าดู........ ..................โอ้ยยยยยยย พูดได้ไม่อายชาวบ้าน ไม่อายฟ้าดิน ในมือของเธอถือทุเรียนสีขาว+เหลืองนิด ถ้าได้กัดคงกรอบ!! ป้าคนที่มาเลือกซื้อบักทุเรียนต่อก็หน้าอึ้งๆ แล้วหันมาบอกติ๊กกะแอม ป้าคนที่มาซื้อ : หนีไปเลย ๆ
ติ๊ก + แอม : ค่ะ ..................และแล้วติ๊กกะแอมก็เดินหนีอย่างรวดเร็ว แปลกนะยิ่งรีบเท่าไหร่ก็ยิ่งช้าเพราะมีมอไซด์ขี่มาขวางทาง รถติดอีก ยิ่งออกจากร้านบักทุเรียนช้ากว่าเดิม แล้วได้ยินเสียงแว่วๆมา จากแม่ค้าปากตลาดคนนั้นว่า "อีนักเรียนๆ" อะไรซักอย่างนี่แหละ ไม่หันกลับไปมองอีกเลย *********และแล้วเหตุการณ์นี้ก็จบลงด้วยดี โดยที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากหนามทุเรียน!!! แต่จะมีบาดเจ็บก็แต่เจ็บใจที่แม่ค้าคนนั้นทำให้ต่อมอยากทุเรียนดิชั้นฝ่อไปอย่างรวดเร็ว
:>>>เหตุการณ์ครั้งนั้นสอนให้รู้ว่า อย่าเอาฝีปากไปแลกกับหนามทุเรียน!! เดี๋ยเละ!!
April 14 ~~~นานๆๆๆๆได้เจอกันซะที~~~มาแว้วววววว......
เอ่อ คือว่าช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอมของใครหลายๆคน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นช่วงซัมเมอร์ของใครหลายๆคน แต่ช่วงนี้ของข้าพเจ้านั้นมันกับเป็นช่วงที่สำคัญเป็นช่วงที่ทำภารกิจสำคัญ นั่ก็คือ งานภาคนิพนธ์(คล้ายๆกับโปรเจคของคณะอื่นๆนั่นแหละแต่มันเป็นกระบวนการย่อมๆของการวิจัยเลยนะ ....ปวดหัว!!!) ตอนนี้ก็กำลังดำเนินการทำการทดลองๆๆๆหาไปเรื่อยๆๆตามการวิจัย การคิดค้นสิ่งใหม่ให้กับตัวเองและผู้ที่ต้องการรับทราบข้อเท็จจริง เพื่อนำไปปรับใช้กับขอบเขตการทำงานที่เราต้องทำ โอ้ยยยย!!! เล่าอะไรก็ไม่รู้ เครียดดดดดดดดด
เอาเป็นว่าเล่าเป็นเรื่องสนุกๆกันดีกว่านะ ว่าแต่ว่าที่จะเล่านี้ ยังคิดเรื่องเล่าไม่ออกเลยอะ...ติ๊กตอกๆๆๆ...เอ เรื่องไรดีน้า???
เอาเป็นเรื่องเล่นน้ำสงกรานต์ก็แล้วกันนะ คือว่าวันนี้ได้มีโอกาสนัดรวมเพื่อนๆที่กลับบ้านมาเล่นน้ำกันที่บ้านอู๋ ได้รถไอ้อาร์ทนี่แหละใส่ถังพร้อมอุปกรณ์ครบมือ!!! ก็ขันนี่หละ ทีนี้หละเอาน้ำบ้านนังอู๋เสร็จเริ่มออกปฏิบัติการเลย มุ่งหน้าไปที่ถนนข้าวหอมมะลิที่เปิดใหม่นะ อาจจะฟังดูตลกนะ ไม่เหมือนภนนข้าวสาร รึว่า ถนนข้าวเหนียวนะ แต่ที่ร้อยเอ็ดเป็นถนนข้าวหอมมะลิครับท่าน ที่นี่ก็เล่นน้ำกันสุดๆเหมือนกะขอนแก่นนะ เปิดเพลงเต้นกันกระจายเลย หนุ่มๆสาวๆก็เล่นแป้งกันหลบไม่ค่อยทันโดนปะแป้งกันระนาวแถมเล่นไปรถติด ฝนก็ตกอีกต่างหากทำให้เย็นชุ่มฉ่ำไปตามๆกัน จนออกอาการสั่นสะท้าน!! พอออกจากถนนที่คนเล่นน้ำเยอะ ได้ก็ร้องด้วยความโล่งใจ (โอย รอดพ้นจากแป้งซะกะที) ตกเย็นไปกินเนื้อย่างกันต่อ อันนี้ได้คุยกันสนุกสนานร่วมๆ 20 คนได้มั๊ง คุยกระจาย!! ตามประสาคนที่ไม่ได้เจอกันนาน บางคนไม่ได้เจอกัน 3 ปีเลยนะ เดี๋ยวถ้ายังงัยจเอารูปมาให้ดูละกันนะ
ป.ล.สำหรับเพื่อนๆเก่าคนไหนไม่ได้ไป(แอม มุก อั๋น ตี้ฯ ) ไว้โอกาสหน้าค่อยมาสนุกกันนะ เพื่อนให้อภัยแล้ว!!! January 16 ................T.T.................... . ป ล่ อ ย น้ำ ต า ไ ป กั บ ส า ย ฝ น . .. . ป ล่ อ ย ใ ห้ มั น ร่ ว ง ห ล่ น ไ ป กะ บ น้ำ ใ ส . .. . ป ล่ อ ย ใ ห้ มั น ป ลิ ว เ ปื้ อ น กั บ ส า ย ล ม ที่ พั ด ไ ป . .. . อ ย่ า ใ ห้ มั น ค้ า ง ค า ใ จ อ ย่ า ไ ป เ สี ย ด า ย แ ค่ น้ำ ต า . .. . จ ง ลื ม ไ ป ซ ะ กั บ เ รื่ อ ง ร้ า ย ร้ า ย . .. . อ ย่ า ป ล่ อ ย ใ ห้ มั น ม า ทำ ล า ย ใ จ เ ร า อ ย่ า ง นี้ . .. . จ ง ลื ม ไ ป ซ ะ กั บ ค ะ แ น น ที่ ไ ม่ รั ก ดี . .. . แ ล ะ จ ง ยิ้ ม อ ย่ า ง เ ต็ ม ที่ ล บ ร อ ย น้ำ ต า ที่ มี ใ ห้ ห ม ด ไ ป . .January 05 เซ็งงงงงงงงงง!!!!!!........และแล้วช่วงเวลาอันเลวร้ายรอบที่ 2 ก็มาถึง!!! รอบแรก คือ การสอบบบบบบบบ รอบสอง คือ คะแนนนนนนนนนน ส่วนรอบที่สาม คือ น้ำตา!! เราจะเก็บรอบที่ 3 ไว้ในใจคนเดียวก็พอ เราจะเก็บบบบบบบ เก็บความจริงที่เราได้ทำไปไว้ ไม่ให้ใครมารับรู้เดี๋ยวจะหาว่าเรา โ..'.. อย่างน้อยๆวันนี้เราก็ยิ้มได้ ร่าเริงเป็นปกติ แต่ถ้าวันใดที่เราล้มและเจ็บเรานี่แหละจะยิ่งตอกย้ำซ้ำเติมตัวเอง จงยิ้มรับกับมัน ชีวิตยังอีกยาวไกล เฮ้ออ!!! December 15 miss miss miss แล้วก็ miSS....alwaysssssssssssแต่น แต้น .....
มาแล้น นานเหลือเกินที่เราไม่ได้เจอกัน(แอะ!!)
555 วันนี้ได้ทีมาเล่าอะไรให้ฟังอีกแล้ว เอ่อจิงๆแล้วก็ไม่ค่อยได้มีอะไรเล่าหรอกจะมีก็แต่เหล้า(เมา) หยุดวันพ่อที่ผ่านมาก็ไปหาพ่อ ไปขอตังค์พ่อ ไปขอตังค์แม่ด้วย ญาตินำ555555
พอผ่านมาถึงวันรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้กลับบ้านเหอะๆ พอดีมีงานต้องทำแถมยังมีพี่บอยมาจาก กทม.(กลางทุ่งมหาสารคาม) แฮ่ๆๆๆอะล้อเล่น พี่มาจากกรุงเทพฯทั้งทีก็ต้องดูแลหน่อยดิเดี๋ยวจาหาว่าน้องโสทิ้งอีกหละ แล้วพอใกล้วันที่พี่บัณฑิตจะรับปริญญาเราก็ใกล้จะกระเป๋าแฟบทุกทีๆแต่ว่าก็เป็นที่น่ายินดีกับพี่ที่จบนะ แล้วกลับมาคิดถึงตัวเองว่าเราจะต้องทำให้ได้อย่างพี่เค้า สู้ๆสูๆตาย!! เอาเป็นว่าวันนี้เขียนอะไรไม่ได้มากแล้วจะมา Up date ใหม่แล้วกันนะ จะเอารูปที่ถ่ายเนื่องในโอกาสต่างๆที่ผ่านมาให้ดูละกันนะ (='.'=)...# November 19 ไปสัมมนาวิชาชีพ ณ หาดจอมเทียนนี่ๆ เพิ่งไปสัมมนาวิชาชีพเทคนิคการแพทย์มาเมื่ออาทิตย์ที่แล้วตอนนี้เพิ่งได้โอกาสเอารูปลงให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆได้ดูกัน วันนั้นพวกเราสนุกมาก แถมติ๊กยังโดนจับโยนลงน้ำ!!! ทั้งๆที่ยังไม่ทันตั้งตัว สนุกสุดๆขอบอก เปียกกันยังกะลูกสุนัข!!ตกน้ำแหนะ พอเดินทางกลับขอนแก่นรถทัวร์ดันเสีย! พวกเรากลับไม่รู้สึกรู้สาอะไร ช่างกำลังซ่อมรถพวกเราเอากีตาร์เอาหนังสือเพลงมาเปิดร้องกันเฉยเลย "ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย"
รู้แต่ว่าเอาสนุกไว้ก่อน พอซ่อมเสร็จก็ทั้งแหกปากทั้งเต้นกันจนเกือบจะถึงขอนแก่น หมดแรงกันซะก่อน แถมกลับมาถึง 04.00 น. มีเรียนตอน 8.00น.อีก แฮ่ๆ วันนั้นข้าพเจ้ากระโดดดดดดเรียนเลย ไปเรียนอีกทีตอนบ่าย อาจารย์ก็เข้าใจ นศ.ดีมากไม่เช็คชื่อคนที่ไม่มาด้วยยยยยย แย้ๆๆๆ
**เอาเป็นว่าดูรูปแล้วกันถ้าอยากดูเต็มดูที่อัลบัมข้างๆนะ วันนี้มีเวลาไม่มากต้องไปอ่านหนังสือและ** November 05 123456789.123456789.123456789.........ทักทาย เพื่อนๆพี่ที่มาเยี่ยมชม
ก่อนอื่นต้องขอบอกว่าช่วงนี้ไม่ค่อยได้ออนแล้ว ยกเว้นแต่ว่า*แอบเล่นตอนที่เรียนในห้องคอม!!!!*
ถ้าคิดถึงกัน ยังไงก็เมลล์มาแล้วกันจาเปิดอ่านเป็นระยะๆ ตอบช้าคงไม่ว่ากานนะ
ส่วนเรื่องรูปที่เอามาลงก็เป็นรูปที่ติ๊กไปออกค่าย COMMED ตอนกลางเดือนตุลาที่ผ่านมาความมันส์ ความสนุกมีที่มาที่ไปยังไง ก็อ่านได้จาก Diary ที่เขียนไว้ข้างล่างแล้วกัน
**แล้วเจอกันนะ** October 25 .*.*.*.*.*.*.*.*.*.เปิดเทอมแล้นนนนนนนนนนน!!!!!!
ขนาดยังไม่ได้เรียนยังเครียดไว้ก่อนเลย โห ก็ดูแต่ละวิชาซิ ฟังแล้วสยึ๋มกึ๋ยยยยยยยยยยยย
เป็นยังไงบ้างคะ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทั้งหลาย เริ่มต้นการเรียนด้วยหน้าตาเงี๊ยะ หดหู่เชียว
ช่วงนี้ข้าพเจ้าไม่ค่อยได้ออนนะเพราะไม่มีเน็ตส่วนตัว มีก็แต่เน็ตส่วนรวมที่ไม่ต้องบรรยายถึงความเมื่อยล้า-----> ก็ยืนจนขาแข็งพิมพ์อยุ่เนี่ยยยยยยยย โอยเมื่อยๆๆๆเอาไว้แค่นี้ก่อนเดี๋ยวมา Up date กันวันหน้าแล้วกันนะ ป.ล.เกือบลืมอีกอย่านะ เพื่อนๆมีกรรไกรพกติดตัวกันรึยัง ถ้ายังก็ไปหามาพกซะนะ เพราะเราจะได้ไม่ห่างกันไกลไง..... October 23 ......................**.........................
เป็นวันแรกที่พวกเราเดินทางมาค่ายแห่งนี้และเมื่อมาถึงบ้าน 306 ตอนเที่ยงก็ทานข้าวกล่องที่เตรียมมาจากมอ วันนั้นนึกได้ว่าต้องมีส้มตำเป็นอาหารหลัก เอาเลยทีนี้มีเพื่อนในบ้านรับอาสาไปซื้อส้มตำแต่ดั้นไปสั่งตำไทยมาซะนี่!! ก็เลยได้ตำไทยบ้านมา 555 สะใจ มันบ่แซบเลยซะแล้ว…แต่ขอบอก หมดครับท่าน ตอนเย็นเรียกชาวบ้านมาร่วมรับฟังกิจกรรมที่เราจะมาทำร่วมกันในการออกค่ายครั้งนี้ แต่ที่จะเล่าให้ฟังก็เป็นเรื่องที่วันนั้นมีการแสดงเล็กๆน้อยๆที่เราเตรียมมาแสดง เป็นการเต้นเพลงหมอลำและหนึ่งในหางเครื่องก็มี ติ๊กอยู่ด้วยอะดิ แล้วคิดดูนะซ้อมกัน 2 วันก่อนออกค่ายแถมยังไม่เป๊ะท่าด้วย เอาหละสิทีนี้! วันแสดงก็เลยจับจูดดดดดดดดดด เต้นทั้งๆที่จำท่าไม่ค่อยได้กัน แต่ก็ยังมีตัวยืนไว้พอได้ลอกท่า แต่ก็เต้นผิดๆถูกๆหลงๆลืมๆกัน แต่ติ๊กคิดว่าเอาความมันและความฮามากกว่า สรุปวันนั้นสนุกมั่กๆโหน่งแอบถ่าย วีดีโอ ไว้ด้วยอายสุดๆขอบอก เพื่อนที่คณะแซวกันว่า “แกหนะเต้นเป็น sport girl จังวะ” ก็เต้นไม่เป็นนี่หว่า ก็เลยแข็งๆ พอตอนจะนอนเราก็จะมากางมุ้งกันแต่สิ่งที่แปลกๆคือ มุ้งพี่เพียวทำไมมันใหญ่มั่กๆขนาด 5 คนนอนได้สบายๆเลยถามแล้วได้ความว่า 555 พี่เพียวเคยเอาไปกางให้คุณสุนัข จ๊ากกกกกกกก มิน่ามันใหญ่ซะขนาดนั้นสงสัยแกกลัวหมาแกอึดอัด!! แฮ่ๆ แล้ววันนี้ก็ผ่านไปได้ด้วยดี
วันนี้เป็นวันที่ออกปฏิบัติหน้าที่ในการเก็บข้อมูลตามบ้านต่างๆ และสิ่งที่มันส์สุดๆก็เห็นจะเป็นการทำกับข้าววันนั้นแม่ครัวใหญ่ของเราก็คือพี่อวยพร แกมีพรสวรรค์ในการทำอาหารจริงๆวันแรกๆก็มีการทำตารางจัดเวรกัน ทำกับข้าว ล้างจาน ดีอยู่หรอกแต่วันต่อๆมาก็เป็นแม่ครัวคนเดิมประจำบ้านเราทำเหมือนเดิม วันนี้พวกเราก็มีเรื่องให้แปลกใจอีกเรื่องคือแม่โหลบอกพวกเราว่า มีการรำผีฟ้า เราก็ไปดูบ้านหลังนี้มีเด็กที่ร้องไห้บ่อยๆแล้วก็ร้องนาโดยไม่ทราบสาเหตุเค้าบอกว่าไปหาหมอแล้วหมอก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไรกันแน่ แล้วเลยหาทางออกโดยการจ้างคณะมารำทรง มีหมอแคนด้วยนะ มีคนรำ มีเด็กที่นอนหลับอยู่บนเบาะ เค้าก็รำส่องโรคดูว่าเป็นโรคอะไรแต่เราดูไม่จบหรอกนะเพราะเราต้องกลับมากินข้าวก็เลยไม่รู้ว่าตอนสุดท้ายเป็นยังไง ตกเย็นมาเราก็กินข้าวอีกและ แปปๆก็กิน ตอนก่อนจะนอนติ๊ก พี่จ๊ะเอ๋ หรั่ง เบริ์ด และน้องออย เล่าเรื่องผีกัน มีทั้ง ผีดุผีจริง ผีปลอม ผีตลก แต่ที่จำได้แน่ก็เห็นจะเป็นเรื่องสุดท้ายที่พี่เอ๋เล่าแกเล่าได้อารมณ์มั่กๆพอจะจบ แกร้องให้เราตกใจอย่างดังว่า “แกนั่นแหละ” ไอ้เราก็ตกใจสุดขีดกระโดดถอยหลัง 1 เมตร แล้วก็หัวเราะกันทั้งวงรู้สึกอายสุดๆ แล้วเราก็เข้านอนนี่แหละจุดคลายแมคนอนไปก็คิดเรื่องผีที่เล่ากันไปพอใกล้จะหลับแล้วรู้สึกเหมือนมีคนมาจับขา ติ๊กสะดุ้งร้องจ๊ากกกกก!! พี่พร พี่เพียว ที่นอนอยู่ข้างๆก็ตื่นตกใจไปกับเราด้วย แล้วรู้มั๊ยว่าที่เหมือนมีคนมาจับขานั่นเป็นอะไร? มันก็เป็นมุ้งที่พัดลมพัดเข้ามาถูกเท้า โธ่…กลัวอยู่ตั้งนานแต่คืนนั้นนอนจับมือกันทั้ง 3 คน หลับสบายเหมือนเดิม วันที่ 13 ตุลาคม 2548 วันนี้ไปทำบุญทอดเทียนที่วัดโพธ์ศรีกระบาก ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากบ้านเราเลยพอเสร็จสิ้นเราก็ออกเก็บข้อมูลต่อ พอกลับมาถึงบ้านน้องออยและน้องกล้วยก็พาเราไปเดินสำรวจหมู่บ้านกันประมาณ 10 คนได้มั๊ง เดินไปนากันด้วย ไปเก็บมะขามมากิน เด็กพาเดินข้ามจังหวัดด้วย!!! ก็นาที่เราไปนี้เป็นเขตกั้นจังหวัดสารคามกับกาฬสินธุ์ แต่กว่าจะเดินถึงก็เหนื่อยเหมือนกันนะพอตอนกลับติ๊กก็คิดขึ้นได้ว่าอยากทำตั๊กแตนจากก้านมะพร้าวเราเลยไปขอก้านมะพร้าวมาทำที่บ้าน ถึงบ้านก็มานั่งทำ มีหรั่งนั่งทำด้วย ตั๊กแตน 2 สูตรทำไม่เหมือนกันต่างคนก็บอกเพื่อนๆว่าเคยทำๆแต่พอติ๊กทำเสร็จตัวแลกก็ได้รับคำชมว่าแกทำเป็นปลาดุกเหรอ?????งงเลยเรา สงสัยตั๊กแตนกลายพันธุ์ อีกตัวที่หรั่งทำก็เหมือน…กุ้ง อันนี้ก็ตั๊กแตนกลายพันธุ์อีกเช่นกันครับท่าน สรุปๆที่ทำกันไม่มีอันไหนเหมือนตั๊กแตนเลย แฮ่ๆ ตอนเย็นรำไทยต้านเบาหวานก็คล้ายๆเต้นแอโรบิคแต่เอาท่ารำมาประยุกต์ก็เป็นโครงการหนึ่งที่จัดทำขึ้นติ๊กก็เข้าร่วมโครงการนี้ด้วยแต่รำไม่เป็นหรอกนะ กลับมาช่วยพี่ๆทำอาหารวันนี้ได้รับหน้าที่ให้ผัดมาม่า ก็เลยโชว์ฝีมือสุดฤทธิ์ ผลลัพท์ที่ได้คือคำชม โอ้โห วันนั้นดีใจสุดๆ เอรึว่าเป็นกับเครื่องปรุงมาม่าหว่า!!!! วันที่ 14 ตุลาคม 2548 วันนี้ก็มีงานให้ออกไปทำอีกแล้วเค้ากะจะไม่ให้เราว่างเลยรึไง(บ่น) ไปสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับผังเครือญาติที่บ้านพ่อผู้ใหญ่ ถามยายทุมมาถึงเรื่องคนเก่าคนแก่ญาติพี่น้องแก แกเก่งมากๆที่ยังจำอะไรได้ดีอยู่ทำให้เราได้ข้อมูลมาครบถ้วนเลย พอเสร็จงานแล้วก็กลับมาช่วยกันทำอาหาร วันนี้พี่ไนซ์ทำผัดเผ็ดปลาดุกที่จะต้องมีใบกะเพราทอดโรยหน้าด้วย ตอนแรกติ๊กรับอาสาทอดเองแต่เบริ์ดบอกว่าจะช่วยก็เลยให้ทำ ผลลัพธ์เป็นไงรู้ปะ? ก็ไหม้อะดิ อิอิ ตักขึ้นมาตะหลิวสุดท้ายไหม้ มันรีบทิ้งตะหลิวโดยด่วน วันนั้นติ๊กก็ไม่ยอมแพ้ในความเห่ยยยยเหมือนกัน ทำข้าวผัดทั้งไหม้ทั้งเค็มสรุปคือมีเจ้าตัวและไอ้เบริ์ดเพื่อนร่วมชะตากรรมช่วยกันกินแต่ก็ไม่หมดเพื่อนคนอื่นก็เลี่ยงโดยกินข้าวเหนียวแทน แฮ่ๆอายนะแต่อยากเล่าให้ฟัง วันที่ 15 ตุลาคม 2548 วันนี้ไม่ค่อยมีเรื่องไม่มีวีรกรรมอะไร ก็ไปประชุมกันที่บ้าน 304 เรื่องการทำงานผังเครือญาติ เดินไปไกลนิดนึง วันนี้บ้านเรากินอาหารที่ไม่ใช่ฝีมือพี่อวยพร แต่ที่น่าสงสารบ้านเราก็คือ……ติ๊กได้ทำกับข้าว แฮ่ๆคราวนี้ทำผัดเส้นก็คล้ายๆกับผัดมาม่านั่นแหละแต่ไม่มีเครื่องปรุง เอาหละหว่าจะปรุงยังไงดี วันนั้นลงมือทำอย่างตุ้มๆต่อมๆจะกู้หน้าเราได้มั๊ยน๊อ ผลลัพธ์ออกมาดีมั่กๆเพื่อนๆพี่ๆชมว่า “ไอ้ติ๊กมันทำอร่อยหวะ” ทำให้ใจชื้นขึ้นมาทันที โห..ลุ้นแทบตาย นี่แหละภูมิใจสุดๆ
วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ไม่ค่อยได้ทำอะไรนัก ส่วนมากก็อยู่บ้านนอน กิน แค่นี้ และตอนเย็นก็เข้าประชุมกับชาวบ้านเรียกประชุมชาวบ้านให้ช่วยกันบอกปัญหาสุขภาพของชุมชนตอนแรกๆก็เป็นคนที่พูดเชิญชาวบ้านมานั่ง ด้วยเหตุที่ว่าพูดภาษาอีสานชัดเจนเปลี่ยน ลาวแท่ๆ และมีพี่เอ๋เป็นคนพูดอีกคนก็เลยกล้าพูด เดี๋ยวเค้าหาว่าแสดง มีพี่เค้าชมมาบอกว่าชอบเวลาน้องพูดภาษาอีสาน ไอ้เราก็รีบขอบคุณไปพี่เค้าไป วันที่ 17 ตุลาคม 2548 วันนี้ฮาสุดๆคือว่า บ้านเราแบ่งเป็น 3 ทีม ทีมละ 4 คน ศึกษาครอบครัวที่น่าสนใจในหมู่บ้านแล้วก็นำเรื่องที่ตัวเองได้มาพรีเซนต์ ให้อาจารย์ดูตอนเย็นแต่ละทีมก็ต่างซุ่มซ้อมกันทีมของติ๊กก็เป็นละครเพลงที่เกี่ยวกับชีวิตของแม่โหล อีก 2 กลุ่มเป็นเรื่องของบ้านคนที่แก่แล้วแต่ตัวยังเล็กเหมือนเด็ก และบ้านที่มีลูกติดยาเสพติด วันนั้นหัวเราะกันจนท้องแข็ง มีไอ้เบริ์ดเล่นเป็น ราวี ซึ่งเป็นคนที่อายุ 32 ปีที่ตัวยังไม่โตแต่แต่หน้าแก่แล้ว แกมีสติไม่ค่อยดีซักเท่าไหร่ ไอ้เบริ์ดเล่นสมบทบาทมั่กๆจนแม่โหลหัวเราะจนจะอ๊วกแหนะ มันเอาเสื้อแขนยาวมาใส่ตอนมันนั่งยองๆ โค-ต-ร เหมือนคนแคระแล้วแถมทำเป็นสติไม่ดีชอบเล่นหัวแม่ด้วยยิ่งตลกไปใหญ่ แต่ผลสรุปเรื่องของแม่ที่มีลูกติดยา นำแสดงโดยโหน่งเต้นเพลงรถที่แต่งเองมันส์มั่กๆ แหมวันนั้นพี่ปองกะโหน่งก็โชว์ลีลาการเต้นแร็พลาวกันสุดฤทธิ์วันนั้นกว่าเราจะได้เข้านอนก็ดึกเหมือนกัน วันที่ 18 ตุลาคม 2548 วันนี้ออกจากบ้านแต่เช้า 6.00 น.ไปทำโครงการเบาหวานที่วัด รีบออกไปเตรียมงาน ในขณะที่รับหน้าที่ชั่งน้ำหนักวัดส่วนสูงก็เจอเรื่องฮาๆจนได้ ยายคนนึงแกมาที่หน้าตาชั่งแล้วก็ขึ้นไปยืนโดยที่ไม่ได้ถอดร้องเท้าติ๊กก็เลยบอกว่าถอดรองเท้าก่อนแกก็ถอดนะแต่พอจะขึ้นชั่งแกเอาเท้าเหยียบที่ตาชั่งแถมเอาเท้าบังที่หน้าปัดอ่านค่าด้วย ไอ้เราก็เลยฮาเลยวันนั้นวันนี้ได้มีโอกาสได้เจาะเลือดชาวบ้านด้วยตอนแรกก็ตื่นเต้นอยู่บ้าง แต่พอทำไปเริ่มชินแล้วสนุกกับมัน กว่าจะเสร็จสิ้นก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน แถมยังตั้งโต๊ะไว้กลางแดดอีกต่างหาก แหล่!! กว่าเดิมสิทีนี้ สีเดิมยิ่งติดทนอยู่แล้ว !!! ตอนเย็นปิ๊งไอเดียขึ้นทำอะไรหละทีนี้ ก็ทำการ์ดบัตรที่มี รูปภาพ + ตัวเลข = ….card ด้วยกระดาษแข็งของน้องกล้วย(ความพยายามสูงมั่กๆ) โห น่าดูชมหละทีนี้ วันนั้นอาจารย์ไม่กลับมานอนด้วยสิ เอาหละวา สรุปวันนั้นได้รึเสียก็อยู่ในวงนั้นแหละ เกือบๆตี 3 แต่ที่แปลกใจคือว่าไอ้หรั่งมันไม่หลับนี่สิ ฉายามันมีอยู่ว่า “หรั่งหมอนกิ่ว” นอนได้น็อครอบครบ 12 ชม. แหนะ
วันนี้ก็ได้ไปร่วมโครงการหลายๆโครงการที่จัดขึ้นโดยพวกเราที่สถานีอนามัย พอเสร็จโครงการก็กลับบ้านมานอนเอาแรงหน่อยเพราะคืนนี้บ้านเรานัดกันมีการเลี้ยงฉลองกันโดยอาจารย์ชาญชัย ซึ่งเป็นอาจารย์ประจำบ้านเรา ใจดีมั่กๆว่าแต่ขออะไรได้ม้ดดดดดด แม่แต่ ดื่ม…..สังสรรค์ ตอน 1 ทุ่มพวกเราก็ได้ไปที่วัดเนื่องจากชาวบ้านจัดการบายศรีให้พวกชาวค่าย แล้วบังเอิญนางรำบายศรียังแต่งตัวไม่เสร็จแต่คนมาพร้อมกันแล้ว เอาไงหละทีนี้ พ่อกำนันประกาศเลย “อยากให้มีนักร้องมาร้องเพลงฆ่าเวลาแน่ครับ” เอาหละสิทีนี้กรูไอ้เบริ์ด มันแกล้งติ๊กด้วยการยกมือขึ้นชี้ที่ติ๊กแล้วร้องเสียงดังด้วยความมั่นใจว่ามันหล่อว่า “ติ๊กครับคนนี้ครับ บ้าน 306” แล้วเพื่อนบ้านที่รักของดิชั้นทั้งหลายก็ชี้ตามมันเฉย เอาสิทีนี้ ตอนแรกๆก็บอกไปว่าร้องไม่ได้ๆแต่สุดท้าย ก็ไปอยู่ดีเพราะกดดันมากๆ พอถึงหน้าไมค์เท่านั้นแหละจับไมค์ซะแน่น “เอาเพลงต่าย อรทัยเนาะค่าเนาะ” แล้วดิชั้นก็เริ่มบรรเลงหละสิทีนี้ แต่แล้วก็ไม่จบเพลงเพราะจำเนื้อไม่ได้ พอดีช่วงนั้นนางรำมาพอดี้ โอ้พระเจ้าจอร์ทมันยอดมาก อายมั่กๆ ขอบอก (ก็มันไม่ให้เวลาตั้งตัวก่อนนี่หว่า) เอาเถอะ เออ!!เกือบลืมพอดีวันนั้นไอ้โหน่งมันดันเอากล้องวีดีโอไปด้วยสิ ซวยเลยกรู เข้าไปแล่นนบแผ่นซีดีจนได้ พอกลับจากวัดเราก็เริ่มมีสิ่งยั่วยุเข้ามาทันที เราเลี้ยงเนื้อย่างกันที่บ้าน ขอบอกว่าแม่หมักเนื้อแซบมั่กๆไม่เคยกินเนื้อวัวย่างอร่อยขนาดนี้มาก่อน ส่วนเครื่องดื่มสำหรับผู้หญิงก็ซอฟๆเป็นพันซ์ผลไม้รวม ส่วนผู้ชายนี้ไม่ต้องพูดถึงนะเต็มที่เลยเพ่ แฮ่ๆขอเม้าไอ้หรั่งหน่อยนะ หน้าเนี้ยแดงยังกะมะเขือเทศแหนะ วันนั้นแค่นั้นยังไม่พอนะอาจารย์เข้านอนแล้วยังเล่น…..card ต่ออีกนิดหน่อย แล้วก็เข้านอนวันนั้นหลับสบายมั่กๆ ทั้งอิ่ม + เ…า ตามลำดับ
วันนี้มีการแข่งกีฬากับชาวบ้านและเด็กที่โรงเรียน ติ๊กก็ได้ลงเล่นนะ อ๊ะให้ทายว่าเป็นกีฬาอะไร แต่น แต๊น เฉลย วิ่ง 3 ขา ได้คู่กะพี่กั้งเพราะมีส่วงสูง(เตี้ย)เท่าๆกัน ผลสรุป ที่โหล่ครับท่านแถมยังได้รอยฟกช้ำกลับมาด้วยเขียวกันทั้ง 2 คน โอย ณ ตอนนี้ยังไม่หายเลย วันนั้นพอแข่งกีฬาช่วงเช้าเสร็จแล้วก็กินข้าวเที่ยงบ้านเราได้ติ๊กกะพี่เอ๋รับหน้าที่มาซื้อส้มตำมากินเย้ยบ้านอื่น แซบมั่กๆ ซู่ซ่าทีเดียว กินเสร็จก็หนีกลับยังสถานอย่างหน้าไม่อาย อุ้ย!! แรงไปหน่อย เค้ามีการแข่งฟุตบอลต่ออีกตอนบ่าย เราก็เลยขอบายซะ มาเตรียมตัวเก็บข้าวเก็บของกลับมอพรุ่งนี้ ส่วนตอนเย็นเรามีนัดกับชาวบ้านมาเพื่อเข้าร่วมพีธีมอบใบประกาศให้แม่แต่ละบ้านและก็มีการแสดงเล็กๆน้อยๆของนักแสดงประจำค่ายแต่ที่เห็นโดดเด่นที่สุดก็น่าจะเป็นเจ๊หน่อย สาสุข กับเจ๊แมว ทันตะ แค่พูดคำว่า “เจ๊” ก็น่าจะรู้นะว่าเป็นยังงัย แรงสุดๆ ขอบอก เซิ้ง และรำไห สนุกสุดๆ ไม่เห็นไม่รู้ พอกลับมาทุกคนก็มีสีหน้าที่เศร้าเพราะว่าพรุ่งนี้แล้วสินะเราจะไปจากที่นี่ที่ที่พวกเราได้มาร่วมกันสร้างความสามัคคีสร้างความสนุกเฮฮาซึ่งเป็นอะไรที่ทุกคนๆไม่เคยรู้สึกมาก่อน เศร้า แทบร้องไห้เพราะเราซึ้งในพระคุณของแม่โหล และน้องๆ วันนั้นเราได้เขียนเฟรนชิปให้แม่ด้วยเตรียมที่จะมอบให้วันรุ่งขึ้น สีหน้าเด็กๆก็ไม่ค่อยดีนักบอกว่าคิดถึงๆ “ไม่กลับได้มั๊ย” คำนี้แหละที่ออกมาจากปกของน้องกล้วยและน้องก้อย ติ๊กแทบร้องไห้แต่กลั้นไว้กลัวน้องจะเห็น คืนนี้อาจารย์อนุญาตให้แหกกฎได้แต่ห้ามเอาตังค์ เพราะแกบอกว่า “กฎมีไว้แหก” เอาหละสิพวกปลากระดี่อย่างพวกเราก็ได้น้ำขึ้นมาทันทีเลย กะจะเล่นถึงเช้าแต่เห็นทีจะไม่ไหวก็เลยพอแค่ ตี 2 กว่าๆ เพราะต้องตื่นเช้าเตรียมตัวกลับมอ October 22 (='.'=)...#สวัสดีจ้า ยินดีต้อนรับเข้าสู่ My space ของติ๊กเด้อจ้า ก่อนอื่นต้องขอบอกไว้ก่อนว่ายังเป็นมือใหม่ในการเขียน Diary แต่ก็จะขอเขียนไว้ให้สำหรับคนที่ชอบอ่านและรักความสนุก และที่สำคัญมันเป็นการบรรเทาความคิดถึงกันได้นะ ในเวลาที่เราไม่ได้ online |
|
|