พรประภา's profile++:''':''':++@TicK@++:''...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
++:''':''':++@TicK@++:''':''':++(='.'=)...#TicK#...(='.'=) February 25 ---------จบแล้ว----------จบแล้วโว้ย!!!!
ในที่สุดก็เรียนจบ อืมตอนนี้รู้สึกโล่งอย่างบอกไม่ถูกที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี 555
แต่!! รู้สึกแย่มากๆกับการที่ต้องหางานทำ ตอนนี้อยากจะพักผ่อนกายาสักเดือนเพื่อเติมพลังชีวิตให้เต็มพร้อมที่จะก้าวไปสู่อนาคตข้างหน้าได้อย่างภาคภูมิ(แอะ!!)
ตอนนี้คิดถึงเพื่อนๆมากๆ รู้สึกใจหายที่ได้แยกย้ายกันไปต่างกัน บ้างก็เรียน บ้างก็ทำงาน บ้างก็ตกงานอย่างเรา 5555 แต่เดี๋ยวคงได้กลับมาเจอกันอีกอยู่ดี วันที่เรารับปริญญา เลี้ยงอำลาวันสุดท้าย ยังจำได้น้ำตาร่วงกราว ด้วยความรู้สึกใจหายและคิดถึงตอนที่เราเคยเรียนด้วยกัน สัญญาว่าจะจดจำแต่เพียงเรื่องที่ดีๆไว้ในความทรงจำตลอดไป+++ January 19 ###########จันทบุรี#############ยู้ฮู!!!!!
เพื่อนๆ ตอนนี้เค้าฝึกงานอยู่ที่โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรีนะ
ตอนแรกมาก็เกร็งๆว่าจะมีคนพาเที่ยวรึเปล่าน้า!! แต่พอมาถึงกลับกันเลยมาได้ยังไม่ถึงอาทิตย์เลย เพื่อนๆก็พาเที่ยวรอบเมืองเลยเมืองจันทบุรีนี่ก็เป็นเมืองใหญ่เหมือนกันนะสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติก็เยอะ เพื่อนๆที่ม.หัวเฉียวฯ (น่ารักมั่กๆ)ก็มาฝึกเหมือนกันแต่เค้ามาก่อนเราเลยพาเราเที่ยวๆๆๆๆ พรุ่งนี้ว่าจะไปเที่ยวที่เกาะช้างกันอะ ก็มาที่นี่อาทิตย์นึงและเพิ่งได้เล่นเน็ตนี่แหละ!! เดี๋ยวไว้มีเวลาว่างมากๆจะ up date ใหม่นะ
เดี๋ยวเอารูปสวยๆตอนไปเที่ยวมาให้ดูละกันนะจ๊ะ November 29 นาน นาน เจอกันทีเอาเป็นว่าตอนนี้ก็ฝึกงานที่คณะกับที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ เป็นภาคสุดท้ายแล้วนะ
ก่อนอื่นต้องเล่าเรื่องที่เอารูปฝึกงานที่คลังเลือดกลางขึ้นด้วย วันนั้นเป็นวันออกหน่วยรับบริจาคเลือที่ วัดป่าแสงอรุณ วันนั้นพวกเราตื่นเต้นมากกับการออกนอกสถานที่ ซึ่งนานนานครั้งจะออกจากคณะซะที แต่ก็อย่างว่าแหละ ดูซิออกมาที่วัดซะอย่างงั้น แต่ไม่เป็นไรถึอว่าได้ออกมาทำบุญทำทานด้วย พอไปถึงวัดก็รู้สึกดีมากๆเพราะวัดสวยมาก และที่แปลกใจคือวันนั้นคนเยอะกว่าที่คิดเพราะเป็นวันเกิดของเจ้าอาวาส ก็มีการแข่งกีฬาของนักศึกษามหามกุฏฯ มาถึงเราก็มุ่งหน้าไปดูที่ที่รับบริจาคเลือดเลย แปลแดงก็ได้จัดวางเรียบร้อย ขนม น้ำหวาน พร้อมมมมม เอาหละวา คนมาบริจาคเพียบแน่ๆ คราวนี้แหละเราจะเก่งได้ฝึกทำอะไรหลายๆอย่างแน่ๆละ แต่!!!! มีคนมาบริจาคเลือดแค่ 4 คน ครับพี่น้อง!! วันนั้นได้เลือดมาแค่ 4 unit เท่านั้นนนน September 18 มาแล้นนนนนนนน.....!!!!เอ่อ.....มาแล้วจ้า ไม่รู้ว่ามีใครเข้ามาดูรึเปล่านะ แต่ก็เอาน่าบ่นๆไปแล้วกัน อยากอ่านก็อ่านนะ คือว่าช่วงที่หายหน้าหายตาไปก็มันไม่มีเวลาได้มา up date ซักกะที งานนี้วิ่งมาเป็นขบวน ไหนจะสอบอีก แต่ดีนะว่าช่วงนี้สอบเสร็จหมดแล้วเหลือแค่ฝึกงาน แต่มันก็ยากกันคนละแบบแหละ ตอนนี้ฝึกงานอยู่ที่ภาคเคมีคลีนิก ที่คณะด้วย ที่ ร.พ.ศรีนครินทร์ด้วย สลับกัน แต่เหลือฝึกภาคเคมีคลีนิกอีกแค่ 3 วัน ก็จะไปฝึกที่ภาคอื่นๆด้วย ภาคละประมาณ 2 อาทิตย์ ต่อไปก็เป็นภาค Bacteria...Sero....Hemato......Blood bank ฝึกเสร็จก็เกือบปลายเดือนธันวาแหนะ ต้องอ่านหนังสือสอบใบประกอบโรคศิปะอีdอะ จาสอบกลางเดือนมกราคม แล้วต่อด้วยการฝึกงานที่ต่างจังหวัดอีกนะ...แต่ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าจะไปจังหวัดไหนดีที่ไหนดี ตอนแรกคิดกับเพื่อนไว้ว่าอยากจะไปทางเหนือ จะได้เที่ยวธรรมชาติด้วย แต่ดูดิตอนนี้ทางภาคเหนือกำลังประสบภัยน้ำบ้าง โคลนบ้าง เลยคิดว่าเอาแถวๆบ้านนี่แหละวะ สะดวกดี ได้กลับบ้านด้วยเนอะ แต่ถ้าได้ที่ร้อยเอ็ดก็คงดีเพราะจะได้ขับรถคล่องๆซะที เผื่อว่าในอนาคตจะได้ใช้ตอนไปทำงาน แต่เอาน่า ยังงัยซะจาฝึกที่ไหนๆ ต่อไปก็ได้ใช้รถอยู่ดีแหละใช่ปะ เอ๊ออออ อารายนี่ ยิ่งพร่ามยิ่ง งง
ป.ล.แล้วเพื่อนๆอย่าลืมเล่าเรื่องสนุกๆสำหรับคนที่ไปฝึกงานมาแล้วให้อ่านบ้างนะ คนที่ยังไม่ได้ฝึกก็รออ่านเรื่องที่เค้าได้ไปเจอะเจอมาแล้วกันนะ คิดถึงพวกแกทุกคนหวะ.....@TICK@
อะนะ ช่วงนี้เพื่อนๆเราคงจะไม่มีเวลาว่างกันเนอะ อืม แต่ถ้าใครที่เข้ามาอ่านแล้วก็อย่าลืมฝากความคิดถึงกันไว้ด้วยนะจ๊ะ คือว่าช่วงนี้เค้าค่อนข้างจะว่างเพราะเป็นช่วงฝึกงาน แต่ยังงัยก็มีงานอยู่บ้างเหมือนกันทำให้เสาร์-อาทิตย์ไม่ได้กลับบ้านเลย คิดถึงบ้านจะแย่อยู่แล้วนะเนี่ย แล้วอีกอย่างตอนที่เด็กๆเค้าปิดเทอมกัน แต่เรานี่สิต้องมาเรียนด้วย ฝึกงานด้วย บ้านก็ไม่ได้กลับ อิจฉาคนที่ได้ปิดเทอมจัง!! เรื่องฝึกงานที่สนุกๆ ก็มีอยู่ว่า ช่วงอาทิตย์นี้พวกเค้าไปฝึกงานที่ภาคจุลชีววิทยา ที่ร.พ.ศรีฯ ซึ่งเกี่ยวกับพวกแบคทีเรียนะ จะขอเอ่ยถึงเพื่อนดิชั้นคนนึงซึ่งชีเป็นคนก่งก๊ง!!มั่กๆเวลาที่ทำ lab เอาหละสิทีนี้ ต้องมาเล่นกับเชื้อโรค แล้วไม่ใช่ธรรมดานะเป็นสิ่งส่งตรวจของจริง เชื้อก่อโรคจริงๆแต่ละวันนี้ช่างเป็นอะไรที่อยู่กับเชื้ออออออ!! ตลอดเวลา พูดถึงเพื่อนต่อแล้วกันวันแรกก็เกิดเรื่องเลยเธอจะยื่นมือไปหยิบปากกาที่โต๊ะ lab แต่ดันไปโดนเข็มที่ใช้เขี่ยเชื้อปักเข้าอย่างจังที่นิ้วมื!! จนเข็มงออะ ปกติแล้วเค้าใช้เขี่ยเชื้อเสร็จแล้วก็เผาให้ร้อนแดงแล้วเสียบเก็บไว้แบบหันปลายด้านแหลมชี้ขึ้นไง แต่ดันมองไม่เห็นซะงั้นแล้วไงต่อรู้มั๊ย มันก็ร้องกรี๊ดๆๆๆๆๆแต่ไม่ยักกะดึงเข็มที่ติดอยู่นิ้วพร้อมกับด้ามจับของเข็มออก จนมีพี่ดาวเป็นคนไปดึงออกให้มันถึงหยุดร้อง!!! แต่ดีหน่อยที่ว่าข็มอันนี้ผ่านการเผาเรียบร้อยแล้วจึงไม่ติดเชื้อ เฮ้อ!! โล่งออกแทนเพื่อน แล้วเรื่องของชียังไม่หมดเท่านี้นะ มีอีกวันต่อมาติดๆกันเลย เธอกำลังบิดเชื้อที่เจือจางในน้ำเกลือลงหลอดเธอก็ทำ swab ปริ๊ด สาดใส่หน้าตัวเองซะงั้น!! วิ่งไปล้างหน้าแทบไม่ทันอันนี้ดีหน่อยที่มันไม่ให้ใครพาไป!! แต่ก็โชคดีของมันที่วันรุ่งขึ้นไม่มีการติดเชื้อที่หน้า และตา ก็โล่งใจไปกะมันอีกเปราะนึงละแต่มันยังมีอีกเรื่องชนนู้นชนนี่ ที่ห้อง lab ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาของเธอ แต่ที่ไม่ธรรมดาก็คือมาเล่นกับสิ่งส่งตรวจที่อันตรายนี่สิ!! เอ่อ วันนี้เอาไว้แค่นี้ก่อนนะวันไหนมีเรื่องสนุกๆจะมาเล่าให้ฟังอีก
ป.ล.เพื่อนๆที่เข้ามาดูเฉยๆแล้วไม่ comment ก็ลงนามก็ได้นะจ๊ะ ฝากถึงนังแอม นังมุก และอีอั๋น!!!ด้วย จะออก commed แล้วขอให้สนุกนะจ๊ะ June 04 ++เรื่องเกิด ณ ตลาดบางลำพู++เรื่องเกิด ณ ตลาดบางลำพู................
เมื่อเย็นวันอังคารที่ 30 พ.ค. ติ๊กและแอม ได้ชวนกันไปเดินซื้อของที่ตลาดและเซนโทซ่า เมื่อไปถึงก็มีของกินต่างๆมากมายยั่วน้ำลาย และหนึ่งในนั้นก็คือ....บักทุเรียน!!! ณ ร้านค้าบักทุเรียนแห่งหนึ่งในตลาดบางลำพู พ่อค้า+แม่ค้า สองสามีภรรยา ได้พูดเชิญชวนลูกค้าด้วยน้ำเสียงอันฟังแล้วรื่นหู….. พ่อค้า + แม่ค้า : ทุเรียนมั๊ยจ๊ะนู๋?
ติ๊ก + แอม : อ๋อ ค่ะ ก.ก.ละ 25 เหรอคะ? พ่อค้า + แม่ค้า : เอาลูกไหนหละ เลือกเอา ติ๊ก + แอม : เลือกไม่เป็นหรอกค่ะ เอาลูกที่สุกนะคะ ลูกที่เล็กหน่อยนะคะ .........พ่อค้าเลือกลูกที่เล็กที่สุดในร้านมาให้ เอาไปชั่ง 1.8 ก.ก. แล้วยกขึ้นเอาไม้เคาะดูพอเป็นพิธี (ป๊อก ป๊อก ) เอาเป็นใช้ได้ พ่อค้า + แม่ค้า : ลูกนี้หละนะ สุกนะ กรีดแล้วเอาไปแกะที่บ้านนะ
ติ๊ก + แอม : ไม่ดีกว่าค่ะ แกะให้เลยได้มั๊ยคะ ...........พ่อค้าทำหน้าเหมือนไม่พอใจ(กรูกลัวมันไม่ได้สเปคตามที่มันต้องการหวะ!!) พ่อค้า + แม่ค้า : ได้ๆ
............พ่อค้าทำการแกะๆๆๆพูแรกที่มันมีทีท่าว่าจะสุกที่สุกหละนะ.... ยื่นให้ดู พ่อค้า + แม่ค้า : เอาแบบนี้มั๊ย?
ติ๊ก + แอม : ค่ะ .............นั่นคือพูที่สุกที่สุดแล้ว แต่พูต่อมานี่สิยิ่งแย่ไปใหญ่ แทบจะเอาไปทอดได้อยู่แล้ว ขาวโพลนซะ!! ติ๊ก + แอม : ทำไมมันไม่สุกเลยคะ
พ่อค้า + แม่ค้า : มันสุกอยู่ ที่นู๋เห็นมันเป็นแกนทุเรียน ................ติ๊ก + แอม ทำหน้า งงๆ เอ๋อแดก(ทำไงดีวะกรู มันไม่สุกจะกินได้เหรอวะ) ติ๊ก + แอม : เอ่อ.......นี่มันเม็ดมันแล้วนะคะ มันยังขาวอยู่เลย เอาไปทอดได้แล้วมั๊ง!!!
...............ติ๊กพูดด้วยสีหน้าไม่พอใจ ที่เค้าเอาทุเรียนไม่สุกให้แถมยังแกะต่อจนเสร็จอีก พ่อค้า + แม่ค้า : เอ่อ...นู๋ นึกว่าจะพูดหยอกล้อเล่นนี่พูดจริงๆเหรอเนี่ยฮ้า!!
..............แล้วแม่ค้าก็อุทานเสียงดังว่า ป้าดดดดดดดด แม่ค้าร้านอื่น และลูกค้าที่มาซื้อของแถวนั้นได้ยินทั่วกัน พ่อค้า + แม่ค้า : แล้วตกลงอยากได้แบบไหน จะเอามั๊ยเนี่ย เอาไม่เอา ไม่เอาจะเอาไปให้ลูกที่บ้านกิน
..............แม่ค้าพูดขึ้นเสียงทั้งที่ ติ๊กกะแอมยืนนิ่ง (อึ้งแดก!!) อ้าว!! ก็มันประชดว่า จะเอาไปให้ลูกที่บ้านกินนี่นา ได้ทีหละทีนี้ไม่เอามันซะเลยดีก่า เอาไปก็เสียตังค์เปล่า แถมไม่ได้กินอร่อยๆด้วย ติ๊ก + แอม : งั้นไม่เอาค่ะ
พ่อค้า + แม่ค้า : ป้าด!!! มันเป็นอะไรกันนักกันหนาสุกจะเละอยู่แล้วนี่เอ้าดู........ ..................โอ้ยยยยยยย พูดได้ไม่อายชาวบ้าน ไม่อายฟ้าดิน ในมือของเธอถือทุเรียนสีขาว+เหลืองนิด ถ้าได้กัดคงกรอบ!! ป้าคนที่มาเลือกซื้อบักทุเรียนต่อก็หน้าอึ้งๆ แล้วหันมาบอกติ๊กกะแอม ป้าคนที่มาซื้อ : หนีไปเลย ๆ
ติ๊ก + แอม : ค่ะ ..................และแล้วติ๊กกะแอมก็เดินหนีอย่างรวดเร็ว แปลกนะยิ่งรีบเท่าไหร่ก็ยิ่งช้าเพราะมีมอไซด์ขี่มาขวางทาง รถติดอีก ยิ่งออกจากร้านบักทุเรียนช้ากว่าเดิม แล้วได้ยินเสียงแว่วๆมา จากแม่ค้าปากตลาดคนนั้นว่า "อีนักเรียนๆ" อะไรซักอย่างนี่แหละ ไม่หันกลับไปมองอีกเลย *********และแล้วเหตุการณ์นี้ก็จบลงด้วยดี โดยที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากหนามทุเรียน!!! แต่จะมีบาดเจ็บก็แต่เจ็บใจที่แม่ค้าคนนั้นทำให้ต่อมอยากทุเรียนดิชั้นฝ่อไปอย่างรวดเร็ว
:>>>เหตุการณ์ครั้งนั้นสอนให้รู้ว่า อย่าเอาฝีปากไปแลกกับหนามทุเรียน!! เดี๋ยเละ!!
April 14 ~~~นานๆๆๆๆได้เจอกันซะที~~~มาแว้วววววว......
เอ่อ คือว่าช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอมของใครหลายๆคน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นช่วงซัมเมอร์ของใครหลายๆคน แต่ช่วงนี้ของข้าพเจ้านั้นมันกับเป็นช่วงที่สำคัญเป็นช่วงที่ทำภารกิจสำคัญ นั่ก็คือ งานภาคนิพนธ์(คล้ายๆกับโปรเจคของคณะอื่นๆนั่นแหละแต่มันเป็นกระบวนการย่อมๆของการวิจัยเลยนะ ....ปวดหัว!!!) ตอนนี้ก็กำลังดำเนินการทำการทดลองๆๆๆหาไปเรื่อยๆๆตามการวิจัย การคิดค้นสิ่งใหม่ให้กับตัวเองและผู้ที่ต้องการรับทราบข้อเท็จจริง เพื่อนำไปปรับใช้กับขอบเขตการทำงานที่เราต้องทำ โอ้ยยยย!!! เล่าอะไรก็ไม่รู้ เครียดดดดดดดดด
เอาเป็นว่าเล่าเป็นเรื่องสนุกๆกันดีกว่านะ ว่าแต่ว่าที่จะเล่านี้ ยังคิดเรื่องเล่าไม่ออกเลยอะ...ติ๊กตอกๆๆๆ...เอ เรื่องไรดีน้า???
เอาเป็นเรื่องเล่นน้ำสงกรานต์ก็แล้วกันนะ คือว่าวันนี้ได้มีโอกาสนัดรวมเพื่อนๆที่กลับบ้านมาเล่นน้ำกันที่บ้านอู๋ ได้รถไอ้อาร์ทนี่แหละใส่ถังพร้อมอุปกรณ์ครบมือ!!! ก็ขันนี่หละ ทีนี้หละเอาน้ำบ้านนังอู๋เสร็จเริ่มออกปฏิบัติการเลย มุ่งหน้าไปที่ถนนข้าวหอมมะลิที่เปิดใหม่นะ อาจจะฟังดูตลกนะ ไม่เหมือนภนนข้าวสาร รึว่า ถนนข้าวเหนียวนะ แต่ที่ร้อยเอ็ดเป็นถนนข้าวหอมมะลิครับท่าน ที่นี่ก็เล่นน้ำกันสุดๆเหมือนกะขอนแก่นนะ เปิดเพลงเต้นกันกระจายเลย หนุ่มๆสาวๆก็เล่นแป้งกันหลบไม่ค่อยทันโดนปะแป้งกันระนาวแถมเล่นไปรถติด ฝนก็ตกอีกต่างหากทำให้เย็นชุ่มฉ่ำไปตามๆกัน จนออกอาการสั่นสะท้าน!! พอออกจากถนนที่คนเล่นน้ำเยอะ ได้ก็ร้องด้วยความโล่งใจ (โอย รอดพ้นจากแป้งซะกะที) ตกเย็นไปกินเนื้อย่างกันต่อ อันนี้ได้คุยกันสนุกสนานร่วมๆ 20 คนได้มั๊ง คุยกระจาย!! ตามประสาคนที่ไม่ได้เจอกันนาน บางคนไม่ได้เจอกัน 3 ปีเลยนะ เดี๋ยวถ้ายังงัยจเอารูปมาให้ดูละกันนะ
ป.ล.สำหรับเพื่อนๆเก่าคนไหนไม่ได้ไป(แอม มุก อั๋น ตี้ฯ ) ไว้โอกาสหน้าค่อยมาสนุกกันนะ เพื่อนให้อภัยแล้ว!!!
|
|||||
|
|